ความรู้โรคทางกายภาพบำบัด, Uncategorized

โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)

โรคข้อเข่าเสื่อม ( Knee Osteoarthritis)

“โรคข้อเข่าเสื่อม ” เข่าเสื่อมจะพบมากในวัยกลางคนจนไปถึงผู้สูงอายุ หากไม่ได้รับการรักษา โรคก็จะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ และเมื่อมีการเคลื่อนไหวก็จะทำให้เกิดการเสียดสีจนสึกกร่อน รู้สึกฝืดที่ข้อเข่า เข่าผิดรูปและทำให้เกิดความเจ็บปวด หรือทำให้เกิดความยากลำบากและความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นเมื่อคุณเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุหรือเริ่มมีอาการปวดเข่าบ่อยๆ ควรรีบพบนักกายภาพบำบัด

อาการของ เข่าเสื่อม ( Knee Osteoarthritis)

  • เมื่อต้องเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมบางอย่าง จะทำให้มีอาการเจ็บปวดและรู้สึกฝืดที่ข้อเข่า ทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวก
  • เมื่อไม่ได้เคลื่อนไหวนาน ๆ ก็อาจทำให้เจ็บปวดและรู้สึกฝืดขัดที่ข้อเข้าได้เช่นกัน อาการอื่น ๆ ของเข่าเสื่อม ได้แก่ 
  • เมื่อต้องเคลื่อนไหวจะมีเสียงเสียงลั่นในข้อ
  •      มีอาการกดเจ็บ
  •      เข่าอ่อนแรงและเสียมวลกล้ามเนื้อ
  •      ข้อเข่าไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เต็มที่ เสียความยืดหยุ่น ข้อติดหรือขยับได้ยาก มักจะเกิดขึ้นเวลาเช้าหรือต้องนั่งเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความยากลำบากเวลาเดิน ขึ้นบันได หรือลุกจากเก้าอี

สาเหตุของ เข่าเสื่อม ( Knee Osteoarthritis)

  •  การใช้งานหนักของ ข้อเข่า
  •  อ้วน น้ำหนักเกิน ดัชนีมวลกาย มากกว่า 25 ทำให้ข้อเข่ารับน้ำหนักมากขึ้น
  •  เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า
  •  โรคที่มีการอักเสบต่างๆ เช่น โรคเกาต์  รูมาตอยด์
  •  การติดเชื้อในข้อเข่ามาก่อน
  • เสื่อมตามอายุ

การป้องกัน เข่าเสื่อม ( Knee Osteoarthritis)

  • การปรับเปลี่ยนท่าทางในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น  ไม่นั่งพับเพียบ นั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิคุกเข่า  ลดการขึ้น ลงบันได ใช้ห้องน้ำชักโครกแทนนั่งยองๆ
  • การควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน โดยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เช่น การรับประทาน อาหารจำพวกผักผลไม้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของอาหารทั้งหมด ลดอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล และงดไขมันทรานส์ ได้แก่ อาหารทอด กะทิเคี่ยวแตกมัน เป็นต้น
  • การบริหารกล้ามเนื้อต้นขาให้แข็งแรง จะช่วยลดแรง กระแทกต่อเข่า

การรักษาทางกายภาพบำบัด

  • วางแผ่นร้อนเพื่อคลายกล้าม ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ หรือประคบเย็นในกรณีมีอาการอักเสบ
  • รักษาโดยใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่นอัลตร้าซาวด์  ช็อคเวฟ กระตุ้นไฟฟ้า
  • บริหารร่างกาย เช่น ยืดกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและข้อต่อข้างเคียงช่วยให้พยุงข้อเข่าได้ดีขึ้น
Shock wave therapy   เป็นการส่งผ่านคลื่นกระแทกเข้าไปในบริเวณที่มีอาการปวด เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บใหม่ (Re-Injuries) ในบริเวณกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่มีปัญหา จากนั้นร่างกายจะเกิดกระบวนการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่(Re-Healing) จะช่วยลดปวดได้ โดยการลดปริมาณสารสื่อประสาทที่ส่งสัญญาณปวดและกระตุ้นให้หลั่งสารลดปวดออกมา


ผลที่ได้จากการรักษาและระยะในเวลาการรักษา

คลื่นShock wave ไปกระตุ้นการรับรู้ความรู้สึกแรงกดและการรับสัมผัสที่อยู่บริเวณผิวหนัง และกระตุ้น mechanoreceptor ที่อยู่ในกล้ามเนื้อและข้อต่อ โดยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และยังช่วยเพิ่มการสร้างสารต้านอาการปวด(endorphins) ซึ่งทำให้ผลดังกล่าวคงอยู่นาน หลังทำอาการปวดที่เคยเป็นจากโรคนั้นมักจะหายไป 1-3 วัน แล้วจึงรู้สึกปวดขึ้นใหม่อีก แต่ปวดน้อยลงหรือห่างขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการปวดลดลงเกือบ 50% หรือบางรายหายปวดหลังทำการรักษาในครั้งแรกในกรณีที่เป็นในระดับความรุนแรงเล็กน้อยหรือเพิ่งเริ่มมีอาการ โดยจำนวนครั้งในการรักษาส่วนใหญ่อยู่ ที่ 2-5 ครั้งก็เห็นผลเกินคาดแล้ว